การรักษาเบาหวานประเภทที่ 2

การรักษาเบาหวานประเภทที่ 2 เขียนและเรียบเรียงโดย นพ.ชนกนัยน์ อรัญวาสน์

ถ้าคุณเป็นคนที่เป็นเบาหวานประเภทที่ 2 หรืออยู่ภาวะก่อนเบาหวาน มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน มีคนที่อยู่ภายใต้ความดูแลเป็นเบาหวาน คุณมาถูกทางแล้วครับ

มีหลายท่านที่เป็นเบาหวานประเภทที่ 2 หรือผู้ที่อยู่กลุ่มเสี่ยงสามารถทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ผ่านการปรับอาหาร ซึ่งตัวคุณเองก็ทำได้ครับ ให้การปรับโภชนการครั้งนี้ ลดการใช้ยาที่ไม่จำเป็นลง รวมถึงลดน้ำหนักส่วนเกินได้ด้วยครับ

ในหัวข้อนี้เนื้อหาจะประกอบด้วย

  1. เบาหวานคืออะไร
  2. การตรวจน้ำตาลในกระแสเลือด
  3. อาหารกับเบาหวาน
  4. การแก้ปัญหาเบาหวานด้วยโภชนบำบัด
  5. ชีววิทยากับการหายของเบาหวาน
  6. บทความแห่งความหวัง

เบาหวานคืออะไร

เบาหวาน คือ เป็นโรคที่มีความผิดปกติของน้ำตาลในกระแสเลือด อันเนื่องมาจากเกิดปัญหาที่อินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่นำน้ำตาลเข้าสูเซลล์ ซึ่งแบบเป็น 2 แบบหลักๆ คือ

เบาหวานประเภทที่ 1 เชื่อว่าเกิดจากเกิดจากภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติหรือสาเหตุอื่นๆที่ยังเป็นปริศนา จนทำให้ตับอ่อนเกิดความเสียหายและไม่สามารถสร้างอินซูลินออกมาได้ ซึ่งพบได้บ่อยในเด็ก แต่ก็พบได้มากขึ้นในผู้ใหญ่

เบาหวานประเภทที่ 2 เป็นชนิดที่เกิดจากการที่มีการกระตุ้นอินซูลินจำนวนมากก่อนหน้าทำให้เซลล์เกิดการสะสมพลังงานมากจนเกินไปและเกิดการต่อต้านการรับเอาสารอาหารเข้าไป ที่เรียกว่าภาวะดื้ออินซูลิน และถ้าหากตับอ่อนทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานานก็สามารถเกิดความเสียหายและลดประสิทธิภาพในการสร้างอินซูลินลงได้ นำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดที่สูง

ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงสามารถสร้างความเสียหายต่อหลอดเลือดได้ และที่มากไปกว่านั้นเซลล์ต่างๆก็ไม่สามารถใช้พลังงานจากน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากอินซูลินไม่สามารถนำน้ำตาลเข้าไปภายในเซลล์ได้

เรื่องที่สำคัญคือคุณควรรู้ว่าเบาหวานประเภทที่ 2 เป็นโรคที่มีการดำเนินโรคมาเป็นหลายๆปี ซึ่งก่อนที่นำ้ตาลในเลือดจะสูง อินซูลินจะค่อยๆเริ่มสูงจากการกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกก่อนประกอบกับการต่อต้านอินซูลินของเซลล์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ปัญหาที่เหมือนงูกินหางสำหรับเบาหวานประเภทที่ 2 คือ เมื่อมีภาวะดื้ออินซูลินเกิดขึ้น ตับอ่อนจะพยายามสร้างอินซูลินออกมาเพิ่มเพื่อเอาชนะเซลล์และทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดปกติ จนสุดท้ายตับอ่อนทำงานไม่ไหว

ปัญหาของการมีอินซูลินสูง

อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่เพิ่มการสะสมไขมันและลดประสิทธิภาพการเผาผลาญไขมันลง ทำให้เราอ้วนมากขึ้น ยิ่งอ้วนภาวะดื้ออินซูลินก็ยิ่งมาก อินซูลินในเลือดก็จะยิ่งมากตาม เป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่รู้จบ

แต่ข่าวดีคือ การปรับโภชนาการสามารถลดภาวะดื้ออินซูลินตรงนี้ลง ทำให้วงจรอุบาทก์ตรงนี้ขาดไป ช่วยให้คุณลดความอ้วนลงได้หรือแม้กระทั่งย้อนภาวะเบาหวาน

การตรวจน้ำตาลในกระแสเลือด

เราจะทราบได้อย่างไรว่าน้ำตาลในเลือดเราสูง? วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุดที่จะทำให้คุณรู้ว่าน้ำตาลคุณสูงหรือยัง เพียงแค่การตรวจน้ำตาลปลายนิ้ว ซึ่งคุณก็สามารถทำได้ด้วยตัวของคุณเอง

ถ้าคุณพึ่งเป็นมือใหม่หัดตรวจน้ำตาลในเลือดเอง ให้อ่านคำแนะนำและวิธีใช้ที่แนบมากับเครื่อง แต่ขั้นตอนที่สำคัญเหล่านี้จะเหมือนกันหมด คือ

1. เตรียมเครื่องและแผ่นตรวจให้พร้อมใช้งาน

2. ทำความสะอาดบริเวณที่จะตรวจด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ

3. เจาะบริเวณด้านข้างของนิ้วที่ต้องการจะตรวจ หลีกเลี่ยงการทิ่มตรงกลางนิ้ว ไม่บีบ ไม่เค้น

4. นำเลือดไปแตะที่แผ่นโลหะบริเวณปลายแผ่น

5. อ่านค่าที่ได้จากเครื่องได้เลยครับ โดยเกณฑ์ของระดับน้ำตาลมีดังนี้

ค่าน้ำตาลปกติ คือ ไม่เกิน 100 mg/dL หลังไม่ได้ทานอะไรมาทั้งคืน หรือ < 140 mg/dL ที่ 2 ชั่วโมงหลังทานอาหาร

ภาวะก่อนเบาหวาน คือ ระดับน้ำตาลตั้งแต่ 100-126 mg/dL หลังไม่ได้ทานอะไรมาทั้งคืน

เป็นเบาหวาน คือ ระดับน้ำตาลตั้งแต่ 126 ขึ้นไปหลังไม่ได้ทานอะไรมาทั้งคืน หรือมากกว่า 200 mg/dL ไม่ว่าจะตรวจเวลาใดก็ตาม

พึงระลึกไว้เสมอว่าการตรวจน้ำตาลปลายนิ้ว ไม่ใช่การตรวจที่แม่นยำ หากท่านตรวจแล้วพบว่าน้ำตาลปลายนิ้วสูงเกินที่เกณฑ์ข้างต้น ท่านสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการยืนยันการวินิจฉัย และการตรวจพบความผิดปกติในแต่ละครั้ง ควรตรวจซ้ำเพื่อป้องกันความผิดพลาดจากความคลาดเคลื่อนของตัวเครื่องครับ

อาหารกับเบาหวาน

ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานนั้นมีปัญหาคือการที่ไม่สามารถเคลียร์น้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดได้ เลือดจึงเปรียบเสมือนกับน้ำเชื่อมเลย

น้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดสามารถสูงขึ้นได้จาก 2 แหล่งหลักๆ คือ 1. น้ำตาลจากอาหารที่เราทาน และ 2. น้ำตาลภายในที่เกิดจากการสร้างขึ้นเองของตับ ซึ่งปัจจัยจากภายในเราไม่สามารถไปทำอะไรมันได้ แต่ปัจจัยจากภายนอก อันนี้เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้

อาหารแต่ละประเภทนั้นจะประกอบด้วยสารอาหารที่ให้พลังงาน(Macronutrients)หลักๆ 3 หมู่อยู่แล้ว คือ คาร์โบไฮเดรท โปรตีน ไขมัน ขึ้นกับว่าในอาหารแต่ละประเภทนั้นมีสัดส่วนของอาหารทั้ง 3 อย่างนี้ในปริมาณเท่าไหร่

คาร์โบไฮเดรทกับน้ำตาลในกระแสเลือด

คาร์โบไฮเดรทเมื่อถูกย่อยในลำไส้จะได้สิ่งเล็กๆที่เรียกว่า น้ำตาลกลูโคส และเมื่อน้ำตาลกลูโคสถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เราก็เรียกว่าน้ำตาลในเลือด ซึ่งนั่นหมายถึงกลูโคสนั่นเอง(Blood glucose, Blood sugar)

คาร์โบไฮเดรท

ยิ่งอาหารชนิดนั้นมีคาร์โบไฮเดรทมากเท่าไหร่ น้ำตาลที่ร่างกายจะดูดซึมเข้าไปก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นและนั่นก็หมายถึงน้ำตาลในกระแสเลือดด้วย

ในอาหารบางประเภทที่เราคิดว่า”ดีต่อสุขภาพ”กลับมีส่วนประกอบของน้ำตาลที่ค่อนข้างสูง เช่น ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ ขนมปัง มันฝรั่ง ซึ่งจะถูกเปลี่ยนน้ำตาลและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดทันทีเมื่อย่อยเสร็จ

unwin-sugar-food

โปรตีน

โปรตีนมีหลายรูปแบบ และมีโครงสร้างที่ซับซ้อนและหลากหลาย การบริโภคโปรตีนควรให้ได้อย่างน้อย 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. บางครั้งที่น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นก็อาจมีผลมาจากการที่เราบริโภคโปรตีนมากเกินได้เช่นกัน

ไขมัน

ไขมันเป็นอาหารที่ไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือดแม้จะทานเยอะมากแค่ไหน และไขมันจะเป็นตัวที่ช่วยจ่ายพลังงานให้ร่างกายในช่วงแรก ในขณะที่เรากำลังลดการดื้ออินซูลินลง และจะช่วยให้เราอิ่มได้นานมากขึ้น

แต่เรื่องที่ต้องระวังก็คือขนม เช่น โดทัท ของทอด ซึ่งของพวกนี้มีแป้งผสมอยู่เยอะครับ

เราจะลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดผ่านโภชนบำบัดได้อย่างไร

ลองจินตนาการว่าถ้าคุณทานอาหารที่ไม่เพิ่มน้ำตาลในกระแสเลือดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

ซึ่งมีตัวอย่างอาหารมากมายที่ไม่เพิ่มน้ำตาลในกระแสเลือดของคุณ

foods-that-dont-raise-blood-sugar

ณ ตอนนี้มีคนไข้เบาหวานหลายคนที่ใช้โภชนาการพร่องแป้งและเริ่มมีนักวิชาการหลายท่านหันมาให้ความสนใจ

และประโยชน์ในการลดน้ำตาลเห็นได้ชัดตั้งแต่มื้อแรกที่คุณเริ่มปรับ คนที่ยังมีไขมันส่วนเกินน้ำหนักจะลดลงมาเรื่อยๆ ผลเลือดต่างๆก็จะดีขึ้นตามมา และหลายท่านจะรู้สึกดีมากขึ้น มีกำลังวังชามากขึ้น สมองปลอดโปร่งมากขึ้น

การใช้โภชนาการพร่องแป้งนั้นจะทำให้ผู้ที่มีน้ำตาลสูง ระดับน้ำตาลลดลงได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นในผู้ที่กำลังทานยาหรือใช้ยาโดยเฉพาะ”อินซูลิน” ควรปรึกษาแพทย์เพื่อลดขนาดตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำที่อาจตามมาได้

ถ้าท่านกำลังมองหาแพทย์ที่เข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการพร่องแป้งและต้องการจะปรับยาท่านก็สามารถติดต่อเพื่อทำนัดกับคุณหมอ ที่ชั้น 3 ศูนย์สุขภาพตรัยญา รพ.ปิยะเวท ได้เลยค่ะหรือ โทร 062-542-1555 ,062-542-5111 Line:@dietdoctorcenter

5. หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโภชนการพร่องแป้งและเบาหวานประเภทที่ 2

ในปี 2562 ที่ผ่านมาสมาคมเบาหวานของอเมริกาได้ประกาศว่าการลดการทานคาร์โบไฮเดรทเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับเบาหวาน

ปัจจุบันมีงานวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือระดับสูง อาทิเช่น การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ Meta-analysis, Randomized Control Trials

Meta-analysis ในปี 2560 พบว่าโภชนาการพร่องแป้งสามารถลดระดับน้ำตาลสะสม ลดการสะสมของไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดได้ และสามารถเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดความหนาแน่นสูงหรือที่เรียกว่า HDL อันเป็นคอเลสเตอรอลที่มีผลในการป้องกันความเสียหายของหลอดเลือด เรามักเรียกติดปากกันว่าเป็น”ไขมันดี”

นอกจากนี้ยังมีการทดลองการใช้โภชนาการพร่องแป้งในผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 พบว่า 94% สามารถหยุดการใช้อินซูลินได้ มากไปกว่านั้นระดับน้ำตาลสะสมหรือ HbA1C ลดระดับลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติโดยที่ไม่ต้องทานยาใดๆซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้ยืนยันว่าเบาหวานนั้นสามารถหายได้ เมื่อติดตามต่อเนื่องไป 2 ปีก็ยังพบว่าตัวน้ำตาลก็ไม่กลับสูง

หลักฐานทางวิทยาศาสต์ข้างต้น จึงเป็นสิ่งที่แย้งคำกล่าวที่ว่าเบาหวานประเภทที่ 2 เป็นโรคเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายได้ โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ

6. บทส่งท้าย

โรคเบาหวานประเภทที่ 2 เป็นโรคที่พึ่งมาอุบัติสูงเมื่อประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา จากเคสหลักร้อยกลายเป็นหลักร้อยล้านภายในระยะเวลาประมาณไม่กี่สิบปีเท่านั้น

ในอดีตที่ผ่านมาเบาหวานประเภทที่ 2 ถูกปลูกฝังมาว่าเป็นโรคที่เรื้อรัง รักษาไม่ได้ เราถูกสอนให้”คุม” แต่ไม่ได้ถูกสอนให้ย้อนกระบวนการ หรือทำให้หาย

แต่ในปัจจุบันเบาหวานประเภทที่ 2 สามารถทำให้หลายคนกลับมามีคุณภาพชีวิต ทำให้น้ำตาลและระดับอินซูลินปกติได้ผ่านโภชนาการพร่องแป้ง โดยที่ใช้วิธีการโภชนบำบัดอย่างเดียวเท่านั้น และสามารถหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่จำเป็นได้อย่างมากมาย

การที่น้ำตาลปกติโดยที่ไม่ต้องใช้ยา นั่นหมายถึงโรคพวกนี้ไม่ใช่โรคเรื้อรังอีกต่อไป ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานตามมา คนที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างยืนยาว และรักษาอวัยวะภายในให้เป็นปกติต่อไปในอนาคตได้

ถ้าคุณยังไม่ได้ทานยาอะไร คุณก็สามารถย้อนกลับไปยังจุดที่ก่อนเราจะเริ่มป่วยได้ตั้งแต่วันนี้ แต่ถ้าคุณเริ่มทานยาไปแล้ว หรือมีภาวะแทรกซ้อนตามมา ก็สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เกี่ยวกับการใช้โภชนาการพร่องแป้งก่อนจะเริ่มปรับโภชนาการ เพื่อที่จะปรับยาให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยพร้อมๆกับระดับน้ำตาลที่ดีขึ้น

ถ้าคุณพร้อมแล้ว ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการเริ่มของผู้ที่จะเริ่มต้นใช้โภชนาการพร่องแป้ง ระหว่างการเดินทางไปสู่เป้าหมายของคุณ ท่านสามารถสร้างแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวของผู้ที่ประสบความสำเร็จได้ที่นี่ครับ

และถ้าคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม อยากรู้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านการป้องกัน รักษาและฟื้นฟู โรคต่างๆ ทางด้านการชะลอวัย ท่านสามารถมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเราได้เพียง สมัครสมาชิกได้ที่นี่ ครับ