การใช้โภชนาการคาร์บต่ำหรือคีโตกับการใช้อินซูลิน

แปลและเรียบเรียงบทความโดย นพ.ชนกนัยน์ อรัญวาสน์

หมายเหตุ เนื้อหาข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไป มิใช่ข้อแนะนำทางการแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนจะเริ่มปรับโภชนาการ ท่านสามารถนำข้อมูลตรงนี้เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพูดคุยกับแพทย์ผู้ให้การรักษาของท่านได้

สิ่งที่สำคัญมากคือ คุณต้องรู้ว่าการปรับโภชนาการจำเป็นต้องมีการปรับยาด้วยเสมอ โดยเฉพาะยาที่ออกเสริมเสริมการทำงานของอินซูลิน หรือตัวยาฉีดอินซูลินเอง ที่อาจทำให้น้ำตาลคุณต่ำจนเกิดไปได้ ยาในกลุ่ม SGLT-2 หรือยาขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะ ที่ต้องระมัดระวังภาวะเลือดเป็นกรดหลังเริ่มโภชนาการคาร์บต่ำ

อย่างไรก็ตาม ทาง Diet Doctor Center เห็นสมควรให้ท่านที่กำลังรักษาโรคต่างกับแพทย์ประจำตัวอยู่ ให้พูดคุยเกี่ยวกับการปรับโภชนาการและไลฟ์สไตล์กับแพทย์ประจำตัว “ก่อน” เสมอ

ในกรณีที่คุณเป็นเบาหวาน และต้องการที่จะเริ่มโภชนาการคาร์บต่ำ คุณมาถูกทางแล้ว โภชนาการคาร์บต่ำสามารถย้อนภาวะดื้ออินซูลินที่เป็นสาเหตุหลักของน้ำตาลในเลือดสูงในผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ หรือถ้าคุณเป็นเบาหวานประเภทที่ 1 โภชนาการคาร์บต่ำ จะช่วยให้คุณคุมน้ำตาลได้อย่างน่าอัศจรรย์ และลดการใช้ยาได้อย่างมีนัยยะสำคัญ

อย่างไรก็ตาม คุณจำเป็นต้องรู้ว่าคุณกำลังจะทำอะไร คุณควรจะมีการสื่อสารกับผู้ให้บริการสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อไหร่ที่คุณเริ่มทานโภชนาการคาร์บต่ำ คนส่วนใหญ่จำเป็นต้องลดการใช้อินซูลินรวมถึงยาทานอื่นๆด้วย

คาร์โบไฮเดรทเป็นสาเหตุหลักของการสูงขึ้นของน้ำตาลในเลือด และการที่คุณลด ละ เลี่ยงคาร์โบไฮเดรท การใช้ยาในปริมาณเท่าเดิมจึงมีความเสี่ยงในการที่จะได้รับยาเกินขนาด ผลที่ตามมาคือน้ำตาลในเลือดคุณอาจต่ำ ซึ่งถ้าต่ำมากๆนั้นมีอันตรายถึงชีวิต

ในช่วงแรกที่คุณปรับอาหารคุณจึงควรตรวจน้ำตาลปลายนิ้วบ่อยๆ พร้อมทั้งปรับยาตามความเหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของโภชนาการคาร์บต่ำ

กรณีที่คุณไม่มียาทานใดๆ

ถ้าคุณเป็นเบาหวานแต่ไม่มียาทานใดๆ ความเสี่ยงในการเกิดน้ำตาลต่ำของคุณนั้นต่ำมากบนเส้นทางของโภชนาการคาร์บต่ำ คุณสามารถเริ่มต้นปรับโภชนาการได้เลย

กรณีที่คุณมีการฉีดยาอินซูลินอยู่

คุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อที่จะหาขนาดยาเริ่มต้นที่เหมาะสมกับคุณในขณะนั้น ผู้ป่วยหลายท่านอาจต้องลดยาลง 30-50% ไม่ว่าคุณจะใช้ยา 1 หรือ 2 ครั้งต่อวัน อาทิเช่น Mixtard, Novomix ก็ควรลดปริมาณยาลงในทุกครั้งที่ใช้ แต่ถ้ามีการใช้ยาที่มีลักษณะออกฤทธิ์ควบคู่กับยาออกฤทธิ์เร็วเพื่อครอบคลุมน้ำตาลหลังมื้ออาหาร ควรจะปรับยาฉีดที่ออกฤทธิ์เร็วเพื่อน้ำตาลครอบคลุมหลังมื้ออาหารก่อน

    แต่ถ้าคุณใช้โภชนาการคาร์บต่ำไปเรื่อยๆ น้ำตาลในเลือดคุณก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราลดยาออกฤทธิ์เร็วเพื่อครอบคลุมน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้แล้ว เราก็จะสามารถลดยาฉีดชนิดออกฤทธิ์ยาวได้ครับ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีวิธีไหนถึงจะบอกได้ว่าในแต่ละวันคุณต้องฉีดยาเท่าไหร่ แต่เราจะอาศัยวิธีในการตรวจน้ำตาลปลายนิ้วบ่อยแล้วปรับน้ำตาลตามค่าน้ำตาลปลายนิ้วเอาครับ ซึ่งควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การที่คุณเป็นมือใหม่อาจทานผิดๆถูกๆ จนอาจทำให้น้ำตาลคุณสูงได้ การใช้ยาเพื่อลดน้ำตาลชั่วคราวเป็นเรื่องที่พอรับได้ แต่ถ้าหากคุณฉีดยาเกินและมีอาการน้ำตาลต่ำ โดยเฉพาะถ้าต่ำว่า 60 mg/dl คุณยิ่งควรต้องสำรวจตัวเอง เพราะภาวะนี้เป็นภาวะที่อันตราย คุณควรแก้ปัญหาโดยการหาคาร์บโบไฮเดรทที่ออกฤทธิ์เร็วมาดื่มหรือทาน เพื่อให้น้ำตาลกลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยครับ

Ref. www.dietdoctor.com